หัตถกรรมท้องถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานี

ปั้นหม้อบ้านท่าข้องเหล็ก

  

บ้านช่างหม้อ ไปเรียนรู้วิธีปั้นหม้อแบบโบราณ โดยการปั้นมือ นวดดินด้วนมือ ขึ้นรูปด้วยมือ ไม่ใช้เครื่องจักรกันค่ะ บ้านช่างปั้นหม้อ ตั้งอยู่ที่ บ้านท่าข้องเหล็ก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูล ดินบริเวณนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ แหมาะการปั้นหม้อ ระยะแรกที่ทำกันที่บ้านช่างหม้อ (เดิมเป็นบ้านท่าข้องเหล็ก แยกเป็นบ้านช่างหม้อ) โดยมีช่างโคราชนำเทคโนโลยีการปั้นหม้อมาเผยแพร่ เมื่อก่อนทำกันทุกครัวเรือนภายหลังดินขาดแคลน จึงเปลี่ยนเป็นปั้นเตาอังโล่ กระถางแจกัน แต่ชาวบ้านก็ยังนิยมปั้นหม้อแบบโบราณซึ่งสืบมาแต่บิดามารดา เพราะไม่ชำนาญรูปแบบใหม่และตลาดยังนิยมซื้อไว้ใส่น้ำดื่ม เนื่องจากราคาย่อมเยา
การปั้นหม้อจะเริ่มจากนำดินจากแมน้ำมาหมักประมาณ 1 วัน ดินที่ใช้ปั้นหม้อต้องเป็นดินดำ เพราะเป็นดินคุณภาพดี เมื่อเผาแล้วจะไม่ค่อยแตกง่าย จากนั้นนวดดินกับแกลบในอัตราส่วน 1:1 ในระหว่างการนวดต้องผสมน้ำเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากันได้ดี จากนั้นจึงนำที่ได้ที่แล้วมาขึ้นรูป โดยเริ่มจากทำเบ้าก่อน คือนวดดินให้เป็นรูปทรงกระบอก แล้วค่อย ๆ กลึงด้วยไม้กลมให้กว้างออกจนมือสอดเข้าไปได้ จากนั้นจึงนำไปวางบนแท่นไม้สูงประมาณ 50 เซนติเมตร แล้วจึงเริ่มทำปากหม้อ เมื่อขึ้นปากแล้วจึงใช้ถ่านทาและใช้ไม้ตีที่ด้านนอก เนื้อหม้อจะเริ่มบางลง ตีรูปให้ได้ตามต้องการ ทำลวดลายที่ปาก แล้วจึงนำไปตากแดดประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากตากแดดแล้ว ให้นำกลับมาตีใหม่ เพื่อให้ได้ก้นทรงกลมและให้เนื้อภาชนะบางขึ้น เมื่อได้ทรงเรียบร้อยก็จะนำไปตากแดดอีกรอบประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำเข้าเตาเผา

 

ทำเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว

    

บ้านปะอาว ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองขอน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 18 กม. ตามทางหลวงหมาย เลข 23 ทางไปยโสธร ถึงหลักกม.ที่ 273 เลี้ยวขวาไปอีก 3 กม. เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มากแห่ง หนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ตามประวัติศาสตร์นั้น ได้อพยพมาจากนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว ตั้งแต่ สมัยของพระเจ้าสิริบุญสาร มายังหนองบัวลำภู นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน จนกระทั่งถึงบ้านปะอาว แห่งนี้ ฉะนั้น หมู่บ้านปะอาว จึงมีอายุประมาณ 200 กว่าปี และเป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ ประจำหมู่บ้านซึ่งได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ คือการทำเครื่องทองเหลือง กรรมวิธีการผลิตยังเป็น แบบโบราณดั้งเดิม นอกจากนี้แล้วในหมู่บ้านยังมีศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง และทอผ้า ไหมที่สวยงาม เปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

ผ้ากาบบัว

    

บ้านปะอาวแหล่งผลิตผ้ากาบบัว ผ้ากาบบัวเป็นผ้าพื้นเมืองของจังหวัดอุบลราชธานี ลวดลายสวยงามเป็นลายเฉพาะท้องถิ่น บ้านปะอาวเป็นแหล่งผลิตผ้ากาบบัวทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหมนักท่องเที่ยวจะได้ชมกรรมวิธีการย้อมผ้าด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ , การทอผ้าด้วยกี่กระตุก

 

เครื่องจักสานบ้านท่าล้ง

    

บ้านท่าล้ง แหล่งผลิตเครื่องจักสาน เช่นกระติบข้าวเหนียว , เสื่อจากใบเตยป่า บ้านท่าล้ง ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม ตั้งอยู่ห่างจากบ้านหนองผือน้อย ประมาณ 10 กม. เป็นชุมชนริมโขง ที่มีความสงบร่มรื่น ภายในหมู่บ้านมีบรรยากาศที่สวยงาม ชาวบ้านท่าล้งแต่เดิมเป็นชาวพื้นเมืองที่พำนักอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีชื่อเรียกแบบดั้งเดิมว่า "ชาวบรู" มีภาษาพูดเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ต่อมาได้อพยพย้ายถิ่นฐานลงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลห้วยไผ่ ในเขตหมู่บ้านท่าล้ง ปัจจุบันการดำเนินชีวิตเป็นไปด้วยความเรียบง่าย มีความสมัครสมานสามัคคี ยึดมั่นในประเพณีแบบดั้งเดิม

 

ฆ้องบ้านทรายมูล

    
การทำฆ้องของชาวบ้านทรายมูล ตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ฆ้องเป็นเครื่องประกอบดนตรีชนิดหนึ่งที่ใช้ตี นอกจากนี้ฆ้องยังใช้ในลักษณะอื่นอีกหลายอย่าง เช่น ส่งสัญญาณในการรบ การบอกโมงยาม การทำบุญต่าง ๆ ในทางศาสนา การฟังเทศน์ เป็นต้น เดิมฆ้องทำมาจากโลหะที่เรียกว่า ทั่ง นำมาหล่อในเบ้าหลอม เวลาตีจะมีเสียงกังวานมากแต่ชำรุดเร็ว นิยมผลิตกันที่ประเทศพม่า คนไทยจึงเรียกฆ้องชนิดนี้ว่า ฆ้องพม่า ขนาดของฆ้องจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20-50 นิ้ว
ประวัติการทำฆ้องของชาวบ้านทรายมูล ตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เดิมนั้นมีชาวบ้านไปทำงานที่อู่ต่อเรือ ได้พบว่ามีการนำแผ่นทองเหลืองมาประดิษฐ์เป็นฆ้องตูม (จูม) เดียว และมีความทนทานให้งานได้นานกว่าฆ้องพม่า นอกจากนั้นแล้วยังเป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2510 จึงได้รวมกลุ่มกันสั่งซื้อทองเหลืองจากกรุงเทพฯ มาตีเป็นฆ้อง สร้างเป็นธุรกิจหัตถกรรมการตีฆ้องขึ้นมา เป็นอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้หลังฤดูกาลทำนา ฆ้องของบ้านทรายมูลสามารถส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลาว พม่า กัมพูชา สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ เนเธอแลนด์ และรัสเซีย